หน้าหลัก

ข้อเท็จจริงของดอยน้ำซับ

ดอยน้ำซับ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ขอเรียนชี้แจงว่า ดอยน้ำซับที่สะกดด้วย "ซับ"

และ doinumsub.org เป็นกลุ่มดอยน้ำซับเดิม ที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2539 เป็นต้นมา


อีเมลของเราคือ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

facebook.com/gaanbasik

 

 

ผลิตภัณฑ์ กรรบาสิก

ผลิตภัณฑ์ “กรรบาสิก” ฝ้ายแห่งชีวิต

ผลิตภัณฑ์  กรรบาสิก  เป็นผลิตภัณฑ์ ที่ ก่อกำเนิดจาก จุดสำคัญ สองสิ่งคือ การใช้ผ้าฝ้าย และการใช้สมุนไพร มาผสานเข้าด้วยกัน การใช้ฝ้าย ของเรา เน้นการย้อมสีจากธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันมีการ พัฒนาสายพันธ์ที่เป็นสีธรรมชาติโดยไม่ต้องย้อม แต่ยังมีราคาสูง กรรบาสิก เน้นสีที่ได้จากธรรมชาติ เช่น สีน้ำตาลจาก เปลือกประดู่ สีเขียวจากใบยูคาลิปตัส และสีแดงจากฝางเสน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีน้ำเงิน จากต้นคราม เป็นต้น ผ้าฝ้ายที่นำมาพัฒนา เป็นฝ้ายเข็นด้วยมือ จากกลุ่มที่มีความชำนาญ และนับวันจะหาผู้ที่สืบทอด ภูมิปัญญาการทำฝ้ายเข็น ที่มีความซื่อสัตย์ ซึ่งปัจจุบันจะหาฝ้ายที่ทอด้วยมือ ทั้งหมดได้ยากยิ่ง

สมุนไพรที่ใช้ มาจากกลุ่ม ดอยน้ำซับ อ,แม่จัน และ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นกลุ่มที่ผลิตวัตถุดิบที่มีคุณภาพที่สุดในประเทศ มาพัฒนารูปแบบ เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ  โดยยังคงคุณค่าที่ได้จากสมุนไพร ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ที่สุด


ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กเล็ก

เพื่อให้การสืบทอดการผลิตฝ้ายเข็นยังคงอยู่ ไม่สูญหายไป จึงเกิดกลุ่มฝ้ายเพื่อชีวิตขึ้น เพื่อสานต่องานของบรรพชน และแสดงถึงความกตัญญู ของบรรพชน ด้วยการพัฒนาต่อยอดจนได้ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่างๆ ทั้งยังช่วยให้เกิดการสร้างงานในหมู่ของสมาชิกผู้มีรายได้น้อย และลดการใช้ฝ้ายสำเร็จรูป  ที่ผลิตขึ้น   โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบทางธรรมชาติ และสังคมของชุมชน  ผลิตภัณฑ์กรรบาสิกจะเริ่มต้น จากเด็กเล็ก  วัยผู้ใหญ่ และผู้สูงวัย ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ กรรบาสิก เพื่อปลุกชีวิต ของฝ้ายครามขึ้นมา

ผ้าอ้อมเด็ก : ผลิตจากฝ้ายที่ปลูกโดยไม่มีการใช้สารเคมี ไม่มีการกัดฟอกสีด้วยสารใดๆ เมื่อซักทำความสะอาดเพียงครั้งเดียว เส้นฝ้ายจะนุ่มและฟูขึ้น  เป็นผลให้เส้นฝ้ายนุ่ม  เนื้อผ้าฝ้ายจะมีช่องว่างมาก ทำให้อากาศผ่านทะลุได้ง่าย ไม่ทำให้ร้อนและไม่สะสมฝุ่นหรือเชื้อโรค  ซึมซับน้ำได้เป็นอย่างดี และแห้งเร็ว

กระเป๋าอุ้มเด็กอ่อน  : ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติ  ช่วยรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้ร้อน นุ่มนวล และไม่เก็บสะสมฝุ่นละออง

ผ้ารองกันเปื้อน : ผลิตจากฝ้ายธรรมชาติ ปราศจากสีเคมี ใดๆ ไม่ปนเปื้อนสารตะกั่ว และนุ่มนวลกับผิวของเด็ก

เสื้อผ้า ผ้าเช็ดหน้า : ทำจากเส้นใยธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี ใดๆ อันก่อให้เกิดภูมิแพ้


ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

ลูกประคบคราม “กรรบาสิก”  ผลิตได้เพียงปีละ ๓๐๐๐ ลูก เนื่องจากข้อจำกัดของการทอผ้า ซึ่งทำด้วยมือ และ สมุนไพร ที่เป็นเกษตรอินทรีย์ ทำให้ ผลิตได้ไม่มาก  หากผู้สนใจ ต้องสั่งล่วงหน้าอย่างน้อย ๖ เดือน
      
คุณสมบัติ : เป็นลูกประคบที่พัฒนามาจากลูกประคบ ทั่วไป ความแตกต่างอยู่ที่ การนำเส้นฝ้ายที่ทอด้วยมือ หรือที่เรียกว่า ฝ้ายเข็น ซึ่งมีประจุไฟฟ้าลบ อยู่ ตามธรรมชาติ และมีคุณสมบัติ ในการดักจับก๊าซออกซิเจน ได้ดี  นำผ้าฝ้าย ไปย้อมด้วยคราม เนื่องจากคราม เป็นสมุนไพร ที่มีคุณสมบัติ ที่ช่วยทำให้กล้ามเนื้อได้รับการผ่อนคลาย และลดอาการปวดบวม  ในสตรีภายหลังการคลอดบุตร  ยังนำผ้าย้อมคราม มาห่อลูกประคบ ซึ่งในภูมิปัญญาท้องถิ่น

ครามช่วยทำให้ลดอาการปวด หลังการคลอด ได้เป็นอย่างดี  ด้วยคุณสมบัติที่ดีของผ้าฝ้ายและคราม   ผสานกับคุณสมบัติของ สมุนไพรอื่นๆ ที่นำมาห่อเป็นลูกประคบ  ทำให้เกิดคุณสมบัติที่ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ให้เกิดคุณประโยชน์สูงสุด อัน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของ การดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาไทย
 

ลูกประคบหน้า ผ้าคราม

คุณสมบัติ : มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับลูกประคบ ทั่วไป คือช่วย ผ่อนคลาย แต่คุณสมบัติพิเศษ คือ จะช่วย ยกกระซับกล้ามเนื้อใบหน้า และยังช่วยให้ เซลกล้ามเนื้อ เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ทำให้ผิว หน้าผ่อนคลาย และ เรียบขึ้น เนื่องจากคุณสมบัติของฝ้ายทอมือ และคราม ประสานกับการประคบอย่างถูกวิธี

“กรรบาสิก” ฝ้ายแห่งชีวิต

“กรรบาสิก” ฝ้ายแห่งชีวิต

เส้นฝ้าย...เส้นใยแห่งชีวิต  ฝ้าย เส้นใยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เป็นตัวแทนของเส้นใยจากธรรมชาติ ที่สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ  ของพัฒนาการเครื่องนุ่งห่มที่มีมนุษย์เป็นผู้คิดประดิษฐ์ขึ้นมา ทั้งยังเป็นตัวแทนของกลุ่มชุมชนที่ใช้เครื่องแต่งกาย เป็นสื่อที่แสดงออกให้เห็นถึงความแตกต่างของชาติพันธ์มนุษย์     เส้นใยธรรมชาตินี้ปัจจุบันเริ่มกลับมาเป็นที่ต้องการของสังคมอีกครั้ง  และมีราคาค่อนข้างสูง  ฝ้ายธรรมชาติที่แท้จริง เมื่อนำมาย้อมสีธรรมชาติที่ได้จากเปลือกไม้  ใบไม้ หรือแม้แต่โคลน ทำให้เกิด ความสวยงาม ที่เป็นธรรมชาติ ชวนให้สบายตา และที่สำคัญมีความเย็นสบาย ในหน้าร้อน และอบอุ่น ในหน้าหนาว ลวดลายที่สวยงามต่างๆ  มาจากวิถีชีวิตของชุมชน และสภาพแวดล้อม  ทำให้เราสามารถ  มองเห็นถึงรากเหง้าของ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมในแต่ละยุคสมัยได้เป็นอย่างดี  กลิ่นที่ได้จากการย้อมสีธรรมชาติ ทำให้เกิดเอกลักษณ์เฉพาะตัว ต่างจากกลิ่นเคมีและเส้นใยสังเคราะห์  

 “ฝ้ายเข็น”
คือ  ฝ้ายที่มีกระบวนการแปรรูปด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม ซึ่งมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก เพื่อให้ได้เส้นฝ้ายตามธรรมชาติ ก่อนที่จะนำไปย้อมสีต่างๆ ก่อนนำไปถักทอ ลักษณะของเส้นฝ้ายจะเส้นใหญ่และไม่สม่ำเสมอกันตลอดเส้น มีความนุ่ม ยิ่งผ่านการซักยิ่งมีความนุ่มนวลและสวยงามเป็นธรรมชาติ  ซึ่งปัจจุบันหาผู้ที่ทำฝ้ายเข็นได้น้อยมาก เพราะต้องฝึกหัดเป็นเวลานานและต้องมีความพยายามสูง  ด้วยความเจริญทางอุตสาหกรรม เข้ามาแทนที่วิถีชีวิตที่ เรียบง่าย ของคนในสมัยโบราณ ผู้คนจึงหันไปใช้เส้นด้ายสำเร็จรูปกันเป็นส่วนใหญ่เพราะราคาถูกกว่า และซื้อหาได้ง่าย

3 คุณสมบัติที่ดีของฝ้ายธรรมชาติ โดยเฉพาะฝ้ายเข็นมือ คือ

เส้นใยจากธรรมชาติจะปล่อยประจุไฟฟ้าลบ ซึ่งเป็นคล้ายไวตามีนในอากาศ หรือ air vitamin ดังนั้น ยิ่งมี ประจุไฟฟ้าลบมาก  ก็ยิ่งทำให้มีความสะอาดรอบตัวมาก จึงควรสวมใส่แต่เสื้อผ้าฝ้าย ซึ่งทำให้สบายตัว และไม่ต้องใช้ เครื่องปรับอากาศ  ให้เปลืองพลังงาน  ซึ่งเส้นใยสังเคราะห์ไม่สามารถเรียนแบบได้  โดยปกติ คนเราจะมีประจุไฟฟ้าลบอยู่รอบตัว โดยมาจากการรับประทานอาหาร  ผู้ที่รับประทาน ผักสด ผลไม้ มากๆ  จะมีประจุลบมากกว่าผู้ที่รับประทานเนื้อสัตว์     (การรับประทานเนื้อสัตว์มาก ทำให้ประจุไฟฟ้าลบถูกทำลาย)

“เส้นฝ้ายธรรมชาติย้อมคราม และย้อมจากสีธรรมชาติ จึงเหมาะกับมนุษย์ที่สุด”

ฝ้ายเข็นที่นำมาย้อมสีธรรมชาติ   มีการใช้วัตถุดิบที่ให้สีธรรมชาติ เช่น จากใบไม้ เปลือกไม้ ขี้เถ้า เมล็ดพืช โดยเฉพาะการย้อมสีน้ำเงินจากต้นคราม สีครามจึงเป็นสีเฉพาะที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ และมีขั้นตอนการย้อมที่ให้สีฟ้าและน้ำเงินแตกต่างกัน หากต้องการสีครามเข้ม หรือสีน้าเงินครามจะต้องย้อมถึง 7 ครั้ง หากใช้เวลาการย้อมเพียง 2-3 ครั้ง จะได้ สีฟ้าใสที่เรียกว่า “สีมุ้ย” หรือเรียกว่า สีฟ้ามุ่ย  การนำผ้าฝ้ายธรรมชาติย้อมด้วยต้นคราม เปรียบเสมือนกับการนำเอาสมุนไพรที่มีประโยชน์มาถักทอ ให้เกิดเส้นใยธรรมชาติที่สวยงามและสามารถใช้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพได้อย่างลงตัว


“ห้อม” และ “คราม”

ความรู้เรื่อง “ห้อม” และ “คราม” สีจากธรรมชาติ

ห้อม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Baphicacanthus cusia Brem. วงศ์ ACANTHACEAE และมีชื่อเรียกแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่น ที่เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ ลำปาง เรียก ห้อมน้อย

ต้นคราม มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Indigo tinctoria L. เป็นพืชในวงศ์ LEGUMINOSAE พืชทั้งสองชนิดนี้มีความโดดเด่น ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในแง่สรรพคุณทางยา  ทางคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เคยรวบรวมข้อมูลได้ว่าต้นห้อมในยาพื้นบ้านล้านนาใช้ ใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ ยาพื้นบ้านใช้รากและใบ ต้มน้ำดื่ม แก้ไข้ปวดศีรษะเนื่องจากหวัด เจ็บคอ หลอดลมอักเสบ ต่อมทอนซิลอักเสบ ตาอักเสบ สำหรับ ต้นคราม ข้อมูลจากหมอยาพื้นบ้านอีสาน ใช้ทั้งต้น แก้อาการบวมพอง ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว เปลือกใช้แก้พิษงู แก้พิษดี ขับพยาธิ แก้โลหิตตก แก้บวม ใบช่วยดับพิษ แก้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ รากแก้พิษสารหนู

ทั้งห้อมและคราม ถือเป็นยาเย็นนำมาใช้ในการลดไข้ โดยนำต้นสดๆ มาทุบพอกกระหม่อมเด็ก
หรือผู้ใหญ่ก็ได้จะช่วยลดไข้ได้ดี แต่ถ้าหาต้นสดไม่ได้ หมอยาพื้นบ้านล้านนาแนะนำให้ใช้ผ้าที่ย้อม ด้วยห้อมหรือคราม แต่ต้องเป็นการย้อมสีธรรมชาติจริงๆ ไม่ใช่สารเคมี ผ้าสีครามธรรมชาติผืนนี้ สามารถนำมาชุบน้ำวางที่กระหม่อมช่วยลดไข้ได้ดีกว่า ใช้ผ้าธรรมดาชุบน้ำ และใช้ผ้าม่อฮ่อมชุบน้ำ ลดการเจ็บปวดจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้